Ratakorn's profile~!!!Sn@@Py_NoNnY!!!~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
There are no categories in use.
|
~!!!Sn@@Py_NoNnY!!!~(((((My dream is so faraway, if i don't have SOMEONE together))))) January 02 กลับมาแล้วจ้าสวัสดีปีใหม่ครับ
หลังจากเดือนที่แล้วเขียนโปรเจ๊คเสร็จ แล้วก็สอบต่อเหนื่อยๆจังเลย
พอสอบเสร็จก็กินเหล้าฉลองสอบตกไม่มีเวลามาอัพเลย
ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้มีแต่งานๆๆๆ (งานเลี้ยงนะเมาทุกวัน)
เริ่มต้นงานแรก ดีใจด้วยนะจ๊ะ ยิ้ม ไปงานรับปริญญายิ้มมา มีแต่เพื่อนสาวสวยๆทั้งนั้นเลย
ตกเย็นก็ไปทานข้าวกะพ่อแม่ยิ้ม แต่ไม่ได้ทานเพราะต้องทำงานแทนน้องออฟ อิอิ
อาทิตต่อมาก็วันเกิดยิ้มไปเที่ยว บูแบมบู กันบอกได้คำเดียวว่าเมา
แล้วก็ไปงานคริสมาสต่อกับเพื่อนๆคนจีน
วันต่อมาก็ไปเที่ยวกะกลุ่มที่ทำงานยิ้ม
วันต่อมาก็ไปกะเพื่อนๆคนจีน ที่เรารู้จัก เล่นเที่ยวติดๆกันหลายวันเลยไม่สบายมากๆ แถมหาคนทำงานแทนไม่ได้ไม่พอต้องไปทำงานแทนพี่เค้าอีก เพราะพี่สมิทป่วย หรือขี้เกียดก็ไม่รู้ อิอิอิ
เที่ยวติดๆกันจนมาถึงวันที่ 25 ไปฉลองคริสมาสกะพี่ๆที่ทำงาน วันนี้เพื่อนๆแล้วก็พี่สาวพี่ชายเราไปกันหมดเลย แต่เราจำอะไรไม่ค่อยได้ คงไม่ต้องบอกนะว่าเมา พอตื่นมาไม่สบายหนักกว่าเก่าเลย แต่ยังต้องออกไปทำงานอีก หาคนทำแทนไม่ได้
พอวันที่27 เด็ก นร.ไทยที่นี่จัดงานคริสมาสกันที่บ้านเบ้น คนไปเกือบๆสามสิบ สนุกมากๆเลย เมาอีกแล้ว
31 ไปเค้าดาวกะพี่ๆที่ทำงาน แล้วก็สามทหารเสือ พี่สมิท พี่ต่อ แล้วก็เรา แอบไปมั่วที่ผับ มั่วจริงๆเลยครับแต่ละคนกินจากที่ทำงานก็เมาแล้ว ยังจะไปเที่ยวต่ออีก ตอนเช้าวันที่หนึ่งเกือบตื่นไปดูแมนยูไม่ไหว
1 มค happy new year จ้า วันนี้ไปดูแมนยู มาเยือนนิวคาสเซิล ไปกับเพื่อนๆทั้งหมด 17 คน เกือบโดนตืบแหนะ ลืมตัวครับ ตอนแมนยูยิงเข้า ลืมตัวครับกระโดดดีใจอยู่คนเดียว ท่ามกลางแฟนๆ นิวคาสเซิล นับหมื่นในสนาม แฟนนิวคาสเซิลหันมามองหน้ากันเต็มไปหมดเลย แล้วมันก็สกิตเพื่อนๆมันให้หันมาดูเรา ทำเอาเสียวสันหลังเลย แต่นัดนี้ผิดหวังง่า แมนยูดันเสมอ
เลยต้องกินเหล้าปลอบใจให้แมนยูอีก สรุปเดือนนี้เมาทั้งเดือนเลย เลยไม่มีเวลามาอัพเลย อิอิอิ
November 21 ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆๆที่มีให้กันช่วงนี้ยุ่งมากๆเลยครับ
เสร็จเมื่อไหร่ จะอัพ แล้วก็กลับไปคอมเม้นให้ทุกคนเลยน้า
ขอคุณสำหรับทุกๆกำลังใจดีๆ ที่มีให้
ขอบคุณน้องตูน ที่เป็นห่วงเสมอมา ขอบคุณนะค๊า ที่ไม่ลืมกัน
หวังว่าเราจะมีมิตรภาพที่ดีอย่างนี้อีกนานแสนนาน
ที่รักกันเสมอมา นี่ก็3-4ปีแล้วสิที่เราได้รู้จักกัน ดีใจจังเลยที่เรายังมีกันอยู่
ดีใจที่ได้รู้จักนู๋ปูมากเลยคะ ดูแลน้องกุงให้ด้วยน้า
ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆๆของคนน่ารัก
เดียวพี่นนท์กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ จะขึ้นไปใช้บริการGuideแสนสวยน่ารักนะคะ
Thing Thing Thank you!!!! your my best friend in UK
you know Everyday i meet u
your better beautiful more than every yesterday.
everytime when i stay with u.
ส่วนน้องธิ กับน้องกูฟ
เดี๋ยวเอาแบล็คไปขอบใจ
ขอบคุณน้องสาวคนนี้มากนะคะ ถ้าไม่มีน้องนน พี่นนท์ก็คงเหงาไม่มีใครคุยด้วย
ถ้าไม่มีน้องนน ก็คงไม่มีใครอยู่รับฟังพี่นนท์เวลาพี่มีความทุกข์
ถ้าไม่มีน้องนน พี่นนท์ก็คงไม่มีความสุขแบบนี้
ถ้าไม่มีน้องนน ก็คงไม่มีพี่นนท์ในวันนี้
ป.ล. snoopy_nonny@hotmail.com นี่เมล์นนท์นะครับ ถ้าใครไม่รังเกียดที่จะรู้จักกันว่างๆก็แอ๊ดมาคุยกันบ้างนะครับ (จะรอน้า)
November 04 15 November My birthday15 November My Birthday
ลมหนาว ความเหงา และวันเกิด กลับมาเยือนอีกครั้ง
ตอนนี้ที่อังกฤษเริ่มเข้าสู่น่าหนาวแล้ว อากาศที่นี่ตอนนี้หนาวมากๆๆ
แล้วที่น่าเบื่อสุดๆ ตอนช่วงหน้าหนาวฟ้ามืดตั้งแต่4โมง ถ้าเดือนหน้าเข้าหน้าหนาวเต็มๆแล้วบ่าย3ก็มืดแล้ว
น่าเบื่อจัง จะไปไหนก็มืด ก็หนาวจะออกไปเล่นบาสก็ไม่ได้ ต้องนั่งเหงาอยู่ห้องคนเดียว
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดเราและ
ไม่ชอบเลยช่วงวันเกิด ทุกๆคนอาจจะมีความสุขในวันเกิดของตัวเอง
แต่ทำไมในวันเกิดของเรา เราไม่เคยมีความสุขเลย วันเกิดของเรามีแต่เรื่องเศร้าทุกๆปี
ในขณะที่ทุกๆคนมีความสุขกับเพื่อนๆกับครอบครัวในวันเกิดของตัวเอง
แต่วันเกิดของเรา เรากลับต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียวทุกที แล้วก็นั่งรอให้มันผ่านวันนั้นไปเร็วๆๆ
ปกติแล้ววันเกิดเราก็จะไม่ค่อยบอกใครหรอก แล้วก็จะออกไปฉลองคนเดียวทุกปี เพราะเวลาที่เราบอกคนอื่นไป
บอกไปแล้วเค้าก็ลืม คนที่เราให้ความสำคัญ แต่เค้าก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับเรา
เราเลยชอบที่จะไม่บอกใคร แล้วก็ปิดมือถือในวันเกิดของตัวเอง
เพราะเราจะได้คิดว่า ที่เค้าไม่รู้เพราะเราไม่ได้บอกเค้า ที่เค้าไม่โทรมา เพราะเราปิดมือถือ
ดีกว่าที่บอกเค้าไปแล้วเค้ากลับไม่ให้ความสำคัญ
ปีนี้ก็คงเป็นเช่นเดิม ยิ่งมาอยู่ที่อังกฤษด้วย คงจะมีแค่โทรศัพจาก คุณพ่อคุณแม่ ที่รักเท่านั้นที่จะโทรมาอวยพร
แล้วที่คิดไว้ ปีนี้เราก็คงจะออกไปหาที่ๆสงบเงียบบรรยากาศดี นั่งฉลองให้กับวันเกิดที่แสนเศร้าคนเดียวอีกปี
เมื่อไหร่เราจะมีวันเกิดที่มีความสุขกับเค้าซะทีน้า October 23 อีกครั้ง อีกแค่ครั้งนึงมีใครบางคนที่ยังเหมือนก่อน
มีคนๆหนึ่งที่คิดถึงและเป็นห่วงเธอ มีความจำเป็นที่อยากขอให้เธอเข้าใจ
ฉันขอโทษโปรดจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง
อีกแค่ครั้งนึง
จากวันนั้นที่ฉันได้ทำผิดเธอจะคิดถึงฉันบ้างรึป่าว
จดจำเวลาที่ผ่านมาได้มั๊ยจากครั้งที่เรายังชิดใกล้ เธออยู่ในใจเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย
หากจะย้อนคืนเวลานั้นมาได้ จะไม่ยอมให้เธอจากไป
ฉันยังรักเธอ
ในคืนที่เธอรู้สึกเหงาใจ มีดาวบางดวงบนท้องฟ้านั้นคอยส่องเธอ
มีคนๆนึ่งที่อยากขอให้เธอเข้าใจและยกโทษ และจากวันนี้ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บช้ำ
ให้โอกาสคนที่พราดพรั้งได้แก้ไข จะปล่อยให้รักของฉันและเธอจบลงไม่ได้
อภัยได้มั๊ยถ้าใจของเธอยังไม่เปลี่ยนแปลง ฉันยังจดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน จากครั้งที่เรายังชิดใกล้เธออยู่ในใจเสมอ
ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากฉันย้อมเวลานั้นมาได้จะไม่ยอมให้เธอจากไป
ฉันยังรักเธอ October 07 Full moon festivalFULL MOON FESTIVAL
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เมื่อวานนี้ไปร่วมงานไหว้พระจันทร์ ที่บ้านเพื่อนคนจีนไต้หวันมา สนุกสุดๆๆ
ตอนเย็นเพื่อนคนจีน4คนพาเราไปเดินชอปปิ้งซื้อของมาทำกินกัน เดินซะรอบเมืองเลย
ไม่ใช่แค่รอบเมืองธรรมดา ออกไปซุปเปอมาเก็ตนอกเมืองอีกเชื่อ Morrison มั้งเป็นซุปเปอร์มาเก็ตที่ใหญ่มากๆๆ แล้วก็ไกลมากๆ ไกลแล้วก็เปลี่ยวโครตๆ เดินผ่านป่าเรียบริมแม่น้า รอดใต้ทางรถไฟ
ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่าจะไปบ้านเค้า หรือไม่ก็บ้านเค้าคงอยู่แถวนั้น คิดในใจว่าขอกลับจะกลับยังไงวะเนี่ย
กว่าเค้าจะช๊อปปิ้งเสร็จก็ปาเข้าไปสองทุ่ม กุหิวจะตายอยู่แล้วๆแล้วกว่าจะกลับถึงบ้านกว่าจะทำอีก เห้อๆๆ
ซื้อของแบบเยอะมากๆ เต็มรถเข็นใหญ่ๆเลย ในใจนึกแม่งจะถือกันยังไงวะเนี่ย แล้วเพื่อนคนจีนก็โทรไปเรียนแท๊กซี่มารับ แต่พอมาแทนที่จะเรียกคันใหญ่มาเพราะไปกันห้าคน กลับเรียกคันเล็กมาแล้วเค้าก็ขนของขึ้นรถ แล้วเพื่อนผู้หญิงก็ขึ้นรถไป เค้าก็เรียกให้เราขึ้นรถไปด้วย แต่เราก็คิดว่าบ้านคงอยู่แถวนี้ เดินไปกับเพื่อนผู้ชายดีกว่า ที่ไหนได้ครับ บ้านแม่งต้องย้อนกลับผ่านป่าเข้าไปในเมือง หนาวแม่งก็หนาว
ไกลแม่งก็ไกลเดินเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะถึงบ้านเพื่อน
และแล้วก็ถึงบ้าน แม่เพื่อนก็ทำกับข้าวไอ้เราก็มานั่งห่อเกี๊ยว พอดึกหน่อยเพื่อนๆคนอื่นก็ค่อยๆทะยอยตามกันมา
มากันแบบเป็นสิบ เกือบยี่สิบได้ มีทั้งเพื่อนจีนมาเลย์ จีนฮ่องกง จีนไต้หวัน กรีช แล้วก็หนึ่งดกียวไทยแลนคือเรา
ทั้งกินทั้งดื่ม สนุกมากๆเพื่อนๆน่ารักกันทุกคน เค้าก็พยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรา รู้เรื่องกันบ้างไม่รู้บ้างสนุกดี แล้วก็ถ่ายรูปกัน
ความเมาเริ่มได้ที่ เพื่อนชาวกรีช ชวนไปเที่ยวต่อเป็นผับเปิดเพลงสไตกรีช ชื่ออพาทเม้นผับ อยู่หลังบ้านเรานี่เอง ดีโครตๆคนเยอะโครต
ผับแบ่งเป็นสาวส่วน มีปอปอยู่ฝั่ง แล้วก็ฝั่งเปิดเพลงกรีช ตกแต่งแบบกรีชคนเที่ยวก็มีแต่ชาวกรีช ดูเค้าเต็นแล้วแปลกสนุกดีไม่เคยเห็น
แล้วชั้นล่างเป็นฝั่งฮิปฮอป มีคนดำมาเปิดแผ่นสนุกมากๆตกแต่งแบบสไตคนดำ มืดมัวๆปล่อยควัน สนุกมากๆๆเราเคยเดินผ่านหลายทีแล้วแหละ แต่ดูหรูเลยไม่กล้าเข้า พอเข้าไปราคาก็ปกติไม่แพงอย่าที่คิด
พอราคาไม่แพง แล้วไงครับ ก็กินเยอะสิครับ ยิ่งเยอะก็ยิ่งเมา ยิ่งเมาก็ยิ่งกิน ยิ่งกินก็....กลับถึงบ้านอ๊วกครับ(คงไม่ต้องบอก)
ชีวิตช่วงนี้สนุกมากๆ เริ่มสนิทกับเพื่อนคนจีนในห้องมากขึ้น
แปลกนะตอนนี้มีแต่เพื่อนคนจีนที่พูดกันคนละภาษา แต่กับเพื่อนที่พูดภาษาเดียวกันกลับไม่มีซักคนเลย
เห้ยไม่ต้องถามนะว่าทำไม สังคมไทยไง รู้ๆอยู่เข้าพรรคเข้าพวกน่าเบื่อ
ป.ล.ถ่ายรูปมาเต็มเลย เดียวว่างๆจะเอามาลงให้ดูกันนะ September 29 เหนื่อยจังหลังจากไม่ได้อัพมานานในที่สุดเราก็มีเวลามาอัพแล้ว
ตอนนี้เปิดเรียนที่มหาลัยแล้ว
เหนื่อยมากๆเลย เรียนจันทร์-ศุก เลยแล้วที่น่าเบื่อคือเรียนเช้าทุกวันเลย
ชีวิตการเรียนภาษาในมหาลัย Northumbria U. เป็นการเรียนที่เข้มข้น แล้วก็เหนื่อยมาก ชนิดที่ว่าขาดเรียนไม่ได้เลย
มีงานมีการบ้าน ทุกวันแถมวันละหลายวิชาด้วย เดียวก็ต้องเขียนรายงานส่ง เดียวก็ต้องอ่านหนังสือวันละเป็นสิบๆหน้า
ที่ยากก็ไอ้ตรง ต้องอ่านไปเปิดดิกไปนี่แหละกว่าจะจบแต่ละหน้าอยากจะบ้าตาย
แล้วในห้องเราก็อ่อนสุดเลยในห้องมีแต่คนเก่งๆเพราะนี่มันเป็นคอสปรับพื้นฐานก่อนเข้าเรียนโท
เค้าจะมาสอนเกี่ยวกับวิธีการเขียนรายงาน วิธีการเรียน ฝึกเราให้จดเร็กเชอร์ ฝึกให้เราฟังอาจารณ์ ฝึกให้ย่อเนื้อเรื่อง
ไม่มีสอนพื้นฐานเลย เป็นคอสที่ดีมากๆสำหรับคนที่กำลังจะเข้าเรียนโท แต่สำหรับคนที่โง่ๆภาษาแบบเรานี่สิแย่เลย
ในห้องอ่อนสุดเลย ตอนนี้เลยต้องพยายามแอ๊ดทีบ ถีบตัวเองขึ้นมาไม่อยากเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆเวลาทำงานกลุ่ม
เพื่อนๆในห้องเรียนก็ดีๆทั้งนั้นเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน มีทั้งจีนฮ่องกง จีนมาเล จีนแผ่นดินใหญ่ เวียนนาม ไต้หวัน
แล้วก็มีหนึ่งเดียวของไทยคือเรา อิอิ สนุกมากๆเลย พอพักเที่ยงก็ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ก็ต้องได้พูดกันแต่ภาษาอังกฤษ บางวันเพื่อนชาวฮ่องกงก็ชวนไปทำกับข้าวกินที่บ้านเค้า เราว่าถ้าเรามีแต่เพื่อนต่างชาติแบบนี้อีกไม่นานภาษาเราคงดีขึ้น เพราะต้องคุยภาษาอังกฤษกันตลอดเวลา รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างแหละ แต่สรุปก็เข้าใจกันเป็นใช้ได้
เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันน้า รีบออกไปทำงานก่อน ไว้ว่างๆเราจะมาอัพใหม่นะ September 17 จะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ เผื่อเราไม่มีโอกาสได้บอกลาสักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้ โทรมา เราสัญญาไม่ได้
ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ
สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีไปจากทุกสิ่ง ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา
เราไม่สัญญาว่าจะขอให้เธอหยุด แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ
สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร
โทรมาหาเรา เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร
แต่ถ้าวันที่เธอโทรมา แต่ไม่มีใครรับสาย รีบมาหาเรา
เพราะเราอาจต้องการเธอ เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ
ขอโทษ ที่ทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจ
ขอโทษ ถ้าเราเคยคิดว่าเราทำให้เธอมามากพอแล้ว แต่เราไม่เคยถามเธอเลย
ว่าเธอต้องการมันรึเปล่า
เรารักเธอนะ.....
อย่าลืมเรื่องนี้ละ!!! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า
เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ
ขอโทษ... สำหรับความผิดทุกอย่างที่ได้ทำไป เราเขียนนี่ขึ้นมาเพื่อ...
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีพรุ่งนี้ ถ้าเราไม่มีโอกาสได้บอกลา หรือกอดเธออีกซักครั้ง
ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รักเธอ
รักเธอเสมอนะ รักเพื่อนเสมอนะ
ป.ล. ขอโทษนะถ้าเราไปโดยไม่มีโอกาสได้บอกลา September 07 โรงละครแห่งความฝันSt' James Park โรงละครแห่งความฝัน
St' James Park โรงละครแห่งความฝัน ของผู้คนในเมืองนิวคาสเซิล คนทั้งเมืองต่างพร้อมกันใส่ชุดเชียประจำทีมโปรดของตน คือ ขาวดำ สีประจำทีม เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีสันของกองเชีย พอใกล้ถึงเวลาเริ่มเกม ทุกคนต่างพากันมุ่งหน้าไปที่สนาม เซนเจมปาร์ค เพื่อดูทีมโปรดของตน ร้านค้าห้างสัพสินค้า ต่างว่างปล่าวราวกับเป็นเมืองล้าง
ก่อนเวลาคิกออฟ แค่ 10 นาที นี่เป็นการมาดูบอลที่สนาจริงครั้งแรกของผม แล้วไงครับก็หลงละสิครับ เพราะชื่อแสตน เค้าจะตั้งเป็นชื่อนักเตะต่างๆ เช่นที่ผมนั่ง Sir John Hall West Corner Level 2 งงสิครับ ต้องใช้ภาษาใบ้กะฝรั่งอีกแล้วเรา แต่ก็ถามทางจนมั่วไปถูก
แต่ก็เหมือนเดิมแหละครับ ฝรั่งเห็นเราเอ๋อๆ คงรู้ว่าเราพึงมาเป็นครั้งแรกเค้าเลยเข้ามาขอดูตั๋ว แล้วก็พาผมเดินลงไปข้างล่าง ลงไปๆเรื่อยๆ จนผมคิดว่า"ทำไมที่นั่งเราต่ำจังแล้วจะมองเห็นหรอ" ฝรั่งใจดีคนนั้นพาผมเดินจนมาถึงขอบสนาม แล้วก็ยกมือขึ้นชี้ไปตรงที่นั่งเล็กกลางแถวที่เว้นว่างไว้ พร้อมกับเอ๋อปากว่า good luck แล้วฝรั่งใจดีคนนั้นก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก
แต่สุดท้ายผลก็จบแบบไม่มีสกอ เพราะนิวคาสเซิลส่งแต่ตัวสำรองลง เสียดายจังไม่ได้เห็น อลัน เชียเรอ พอจบเกมผมก็มารวมตัวกับพวกน้องๆในสนามอีกครั้ง พวกเราก็อยู่ถ่ายรูปเก็บบรรยายกาศกันซักพัก ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ผมกลับมานั่งคิดว่า ถ้าผมได้เข้าไปเยือนถิ่น ของ Man.U. ทีมโปรดของเราความรู้สึกก็๕งจะต้องสุดยอดกว่านี้แน่ๆๆ
August 30 วันที่ฉันเปลี่ยน จากวันนั้นตอนนี้เราได้ตารางทำงานตายตัวแล้ว เย้ ดีใจจังเลย ได้ทำตั้งสามวันต่ออาทิตย์แหนะ เต็มลิมิตที่เค้าอนุญาติให้ทำ ไม่เกิน 20ชม/week เลย
แต่ว่าเหนื่อยมากๆเลย เพราะพี่ๆในร้านอยากให้เรามาทำ พฤหัส-ศุก-เสาร์ เพราะสามวันนี้จะยุ่งมากๆ ลูกค้าจะเยอะมากๆ พี่ๆในร้านเค้าชอบเราทำงาน เค้าเลยให้มาทำวันที่สำคัญ
แถมวันอาทิตย์เราก็ไปขายของกับเพื่อนๆอีก3คนที่ตลาดนัด ก็ได้มาวันละประมาณ20ปอนอีก วันนี้เลยโทรไปบอกแม่ว่า ให้ส่งตังมาน้อยลง ให้ลดลงเหลือเดือนละหมื่นบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากๆกับค่าครองชีพที่อังกฤษ แม่บอกว่า"ตั้งแต่เรามาอยู่อังกฤษ แม่เก็บตังประหยัดเงินเดือนๆไปได้เยอะเลย"เพราะตอนเราอยู่ไทย เราใช้ตังเดือนๆไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 บาท แต่พอมาอังกฤษกลับใช้ตังน้องลง ตอนนี้เราทำงานได้ประมาณ 7,000 ต่อสัปดา
ถ้าเดือนนี้อยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงินที่แม่ส่งมาให้ กะว่าเดือนหน้าก็จะไม่ขอแม่แล้วแล้วก็คิดว่าคงทำได้ เพราะค่าห้องก็แสนถูก(ห้องรูหนู 80ปอน/เดือน)ทำงานอาทิตย์เดียวก็ได้แล้ว
แต่งานก็เหนื่อยมากๆจริงๆ ยืนล้างจานล้างครัวตลอด5-6ชม.ไม่ได้พักเลย แต่ก็เอาเหอๆคุ้มอยู่ มีตังใช้สบายๆ แถมเหลือเก็บ เหลือให้ไปช๊อปดีเซลได้อีกตัว อิอิ
เอาไว้วันไหนว่างๆก่อนนะ จะถ่ายรูปออฟฟิต(ห้องครัวอับๆ)ที่เราทำงานมาให้ดู
August 15 หัวใจเราจะอยู่ด้วยกัน หนูนนท์+หนูแดงสวัสดีวันแม่นะครับ
แม่จ๋าปีนี้หนูนนท์ขอโทษนะครับ ที่ปีนี้หนูนนท์ไม่ได้อยู่กอดหนูแดงในวันแม่เลย
หนูนนท์เลยเจอไอ้หมานัทด่าเลย ว่าทำไมไม่รีบโทรไปวัดดีวันแม่กับหนูแดง
แม่จ๋า แม่อยู่ที่เมืองไทยสบายดีมั๊ย แม่เหงามั๊ยเวลาไม่มีหนูนนท์คอยกวน แม่จะคิดถึงมั๊ยเวลาที่หนูนนท์ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ที่ผ่านมาหนูนนท์ขอโทษนะที่ไม่ค่อยได้มีเวลาให้แม่ ตอนหนูนนท์อยู่เมืองไทยก็ไม่มีเวลาให้แม่เลย หนูนนท์เหลวไหลไม่ค่อยกลับบ้าน แต่แม่ก็ไม่เคยว่าอะไรหนูนนท์เลย ตอนนี้หนูนนท์กะหมานัทมาอยู่ที่อังกฤษกันหมด เหลือแต่หนูแดงกับหนูกรอยู่บ้านกันสองตายาย หนูนนท์คิดถึงหนูแดงมากๆเลยนะ ต่อไปนี้เมื่อไหร่ที่หนูนนท์กลับเมืองไทย
ถึงตัวเราจะไกลกันแต่หัวใจเราอยู่ด้วยกันตลอดไป
หนูนนท์+หมานัท+หนูกร+หนูแดง
รักแม่ที่สุดในโลกเลย
หนูนนท์
ป.ล.เพื่อนๆน้องๆครับใครทำอะไรดีๆในวันแม่ให้กับแม่บ้างอย่าเก็บ
ไว้คนเดียวนะครับ ลองมาคอมเม้นแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรักให้เพื่อนๆคนอื่นได้ยิ้มกันบ้างนะครับ
August 12 MY R@@MAugust 07 จดหมายถึงเจ้าเม็ดฝนตัวน้อย เจ้าจะเหงาแล้วก็เสียใจเหมือนเรารึป่าวน้าที่ถูกผู้คนทอดทิ้ง
เจ้าจะเสียใจมั๊ยน้าที่เวลาเจ้าไปไหนมาไหนก็มีแต่ผู้คนบ่นรำคาญเจ้า เจ้าจะน้อยใจมั๊ยน้าที่มีแต่คนวิ่งหนีเจ้า
เจ้าจะเหงาเหมือนเรามั๊ยน้าที่ถูกผู้คนมองข้ามแล้วก็ทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง เจ้ารู้มั๊ยว่าเราก็ไม่ต่างกับเจ้าหรอก เราก็ถูกผู้คนเค้าทอดทิ้งให้อยู่ลำพังเหมือนกัน
อือ แต่เจ้าไม่ต้องเสียใจและน้อยใจนะ เพราะอย่างน้อยเจ้าก็ยังมีเราเป็นเพื่อนอีกคน เจ้ารู้มั๊ยเวลาที่เจ้ามา เราออกไปหาเจ้า ออกไปเดินเล่นกับเจ้าทุกครั้ง
แล้วพอออกไปหาเจ้าทีไรก็เห็นแต่ผู้คนที่วิ่งหนีเจ้า เห็นแล้วก็อดสงสารเจ้าไม่ได้ซักที เราก็ไม่มีใครสนใจเหมือนกันน้า เวลาที่เจ้ามาหาเรานะเราดีใจมากๆทุกครั้งที่เราออกไปเดินเล่นกับเจ้า เรารู้สึกว่าเจ้าทำให้ชีวิตเราสดชื่น ในขณะที่ทุกคนวิ่งหนีเจ้าหมด แต่มันทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังได้เดินเล่นกับเจ้าเพียงลำพัง เจ้าทำให้เรามีความสุขมากรู้มั๊ย เจ้าจะมาเป็นเพื่อนเราได้มั๊ยจ๊ะเจ้าเม็ดฝนตัวน้อย เราอยากเป็นเพื่อนกับเจ้าจริงๆนะ เราไม่มีใครแล้ว เราต้องการเพื่อนซักคนเพียงแค่คนเดียวก็พอ ที่จะเป็นเพื่อนที่รักและจริงใจกับเรา เป็นเพื่อนที่ให้เราได้พักพิงได้แอบอิง ในเวลาที่หัวใจเราหมดแรงจะเดินไปข้างหน้า
เราอยากให้คนๆนั้นเป็นเจ้า เจ้าเม็ดฝนตัวน้อยจ้า เจ้าเป็นคนๆนั้นให้เราได้มั๊ย
ถ้าเจ้าเป็นให้เราได้ เราก็จะเป็นเพื่อนแท้เป็นรักแท้ให้เจ้าด้วยเช่นกัน เมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องไปปีหน้าเมื่อเจ้ากลับมาใหม่ ที่ตรงนี้จะยังว่างสำหรับเจ้าเสมอนะ
จะไม่มีใครมาทดแทนเจ้าได้
August 06 เหนื่อยๆๆๆจังAugust 03 สายฝน,ความหนาวเหน็บ,กะเสื้อกันหนาวตัวใหม่ในที่สุดสายฝนก็โปรยปรายลงมาพร้อมกับความหนาวเหน็บ
หลังจากที่เหยียบแผ่นดิน UK.มาเกือบเดือนก็เจอแต่ความร้อน ทั้งๆที่เตรียมเสื้อกันหนาว
กะเสื้อไหมพรมสวยๆเท่ๆมาใส่ ในที่สุดก็จะได้ใส่ซักที เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเดินช๊อปปิ้งมา ซื้อเสื้อไหมพรมกับเสื้อกันหนาวมาใหม่อีก2ตัว
ได้เสื้อกันหนาวตัวใหม่ชอบมากๆเลยแบบว่าเห็นแล้วก็รีบซื้อโดยไม่คิดเลย เพราะเหลืออยู่ตัวเดียว แขวนเด่นเป็นสง่าอยู่ในตู้โชว์ มีตัวเดียวแล้วไซร์ก็พอดีกะตัวเราเลย เป็นเสื้อหนังสีขาว เป็นเสื้อหนังประเภทที่พวก ขี่ Super Bike เค้าใส่ขี่กัน แบบนี้เราชอบแล้วก็อยากได้มานานแล้วแต่ราคามันแพงมากๆเสื้อหนังพวกนี้ ดูที่เมืองไทย สวยๆราคาเป็นหมื่น ที่นี่ก็ราคาพอๆกัน แต่พอดีมันช่วงลดราคาพอดี เลยเหลือ
แค่ 44 ปอนลดจากท่าไหร่ก็มะรู้ พอลองเสร็จก็ซื้อแบบไม่คิดเลย แล้วก็มานั่งคิดว่าอีกกี่เดือนหนอที่เราจะได้ใส่เสื้อกันหนาวสวยๆ ที่ซื้อมา แต่พอมาอาทิตย์นี้ฝนตกหนาวขึ้นมาซะงั้น จากที่ร้อนสุดๆดีใจจังได้ใส่เสื้อหนังตัวใหม่แล้ว อุ้นอุ่น ใส่ไปเรียนมีแต่เพื่อนชมว่าสวย
วันนี้ลองชั่ง นน.ดู เรามาอยู่ที่อังกฤษได้แค่เดือนเดียว นนฺ.ลดไป 4 กล.แหนะ
อิอิ ไม่มีจะกิน ไม่ใช่สิมีจะกินแต่ไม่มีปัญญาซื้อ อิอิ สั่งไม่เป็น เลยซื้อมาทำกินเองอดๆอยากๆตามประสาคนหัดทำกับข้าว
ตอนนี้เรากลับมาใส่เอว 32 ได้แล้วเย่ๆ จากแต่ก่อนพุงปิ้นต้องใส่เอว 34 แต่ว่านะเรามานี่ยังไม่มีที่เล่นฟิตเนสเลยงะ มีแต่ที่แพงๆ
เราไม่ได้เล่นฟิตเนสไม่ได้ว่ายน้ำมาเป็นเดือนๆแล้วงะ วันนี้กลับมารู้สึกว่าร่างกาย กล้ามเนื้ออ่อนแอ ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม
ถ้าตอนนี้มีเรื่องกะฝรั่งสู้มันไม่ได้แน่ อุส่าฟิตร่างกายไว้มามีเรื่องกะฝรั่งโดยเฉพาะ เพราะยังไงเรากลับเมืองไทยไปไม่ยอมเสียเที่ยวแน่ต้องได้ฉะกับฝรั่งซักตั้งหน่อย คันไม้คันมือ(แต่ที่อังกฤษแม่งฝรั่งตัวโครตเล็กเลย นานๆจะเจอตัวใหญ่ๆแล้วแบบนี้จะสนุกหรอเนี้ยเรา)
ว่าแล้วก็หยิบกล้องมาถ่ายรูปเสื้อตัวใหม่ กับหุ่นอันทุเรศๆไว้ก่อนดีกว่า เดียวหุ่นอันทุเรศจะทุเรศไปกว่านี้ถ่ายเก็บไว้หน่อย อิอิ เมื่อความเหงากลับมาเยือนอีกครั้งทั้งๆที่มีผู้คนรายล้อม รอบข้างมากมาย แต่ทำไมเหงาอย่างนี้น้า
ตอนนี้ที่อังกฤษก็กลับมาสูงสภาวะปกติ คือ ฝนกลับมาตกทั้งวันทั้งคืน ติดๆกันมาสองวันแล้ว ตกๆหยุดๆหลังจากที่ร้อนมาเป็น อาทิตย์ๆ บรรยากาศแบบนี้ยิ่งทำให้น่าเบื่อแล้วเหงายิ่งขึ้น จะออกไปไหนก็ไปลำบากชีวิตวันๆตื่นมาก็เดินตากฝนไปเรียน
เลิกเรียนก็เดินตากฝนกลับบ้าน มานั่งอยู่หน้าคอม ทำอะไรซ้ำๆซากๆทุกวัน แล้วแม่งวันสองวันนี้เป็นไรก็ไม่รู้ (ขอใช้คำหยาบหน่อยนะ) มันไม่ไหวแล้วอยากระบาย เมื่อวานฝนตกทั้งวันจนไม่ได้ออกไปไหน แต่ปกติก็ไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้ว แต่เมื่อวานเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ตอนเที่ยงคืนลุกขึ้นมาเปลื่ยนเสื้อผ้าออกไปเดินตากฝนคนเดียวในเมืองเล่น ผู้คนในเมืองก็ต่างหนีหายหลบฝนกันไปหมด เราเดินไปข้างหน้าแบบไม่มีจุดหมายปลายทางเพราะทนอยู่แต่ในห้องไม่ไหว เดินไปเรื่อยๆท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนพร้อมกับสายฝนที่ค่อยๆโปรยปลายลงมา
วันนี้ก็อีกเช่นกันฝนตกทั้งวัน กิจวัตรประจำวันก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม แล้วก็เกิดเหงาขึ้นมาจับใจ ตอนซัก5-6โมงก็เลยทนอยู่ในห้องไม่ไหวอีกแล้วครับ ก็ออกไปเดินเล่นตากฝนเหมือนเคย แต่วันนี้ออกไปเดินตากฝนไกลกว่าเมื่อวานมาก เดินจนไปถึงมหาลัย รอบๆข้างแทบจะไม่มีผู้คน แต่ละคนต่างก็รีบเดินหลบฝนทั้งๆที่เราเดินผ่านกลางเมือง คงมีแต่เราคนเดียวที่ออกมาเดินตากฝนเล่น พอมองไปรอบๆตัวเราแล้วก็รู้สึกเหมือนว่า ถนนเส้นนี้เป็นของเราคนเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองแทบจะหยุดการเคลื่อนไหวหมด มีเพียงเราเดินอยู่คนเดียว เดินท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมากับความเหงาที่มาเยือนอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความเหงานี้จะผ่านพ้นไปซะทีน้า July 29 ผู้ปิดทองหลังพระ อีกมุมหนึ่งของชีวิตที่เราไม่เคยรับรู้เมื่อวานนี้เราได้ไปสมัครงานร้านเดียวกับที่จ๋าทำงานอยู่ ชื่อร้านน้ำใจ (จ๋าพาไปสมัคร)
ไปสมัครเป็นคนล้างจาน คนทำความสะอาดในครัวเพราะเป็นเด็กเสริฟไม่ได้ ภาษายังไม่ดี
จ๋าก็พาไปลงชื่อกะเบอร์โทรไว้ แล้วก็ออกมานั่งกินเบียกะซัน กินยังไม่ถึงแก้วจ๋าก็โทรมาตามให้ไปลองงานเลย
ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในครัวเป็นก้าวแรกของชีวิตการทำงานแบบนี้
พอเห็นสภาพก็คิดว่าเราต้องมาทำงานแบบนี้จริงๆหรอนี่ ห้องครัวร้อนมากๆมีกลิ่นอับ พื้นก็นองไปด้วยน้ำ
ไม่เคยคิดเลยว่ามาเมืองนอกจะต้องมาเจอสภาพแบบนี้ ชีวิตนักเรียนนอกที่เคยคิดว่าเท่มากหายไปหมดจากความคิด
ในความคิดคือ พวกที่เค้ามาอยู่ได้จนเรียนจบโดยที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย พวกนี้มีความรับผิดชอบแล้วก็น่านับถือสุดๆ
ไม่คอยแต่ขอตังพ่อแม่กินอย่างเดียว ในเมื่อคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้
เริ่มทำงานล้างจานคือก้าวแรกของเรา เหนื่อยมากจริงๆ ล้างจานยืนตลอด6ชม ทั้งจานทั้งอุปกรณ์ทำครัว จนไม่มีโอกาสโผล่หน้าออกไปดูในร้านเลยแล้วที่สุดๆก็คือ ทุกคนที่อยู่ในครัวแล้วก็เด็กเสริฟ พอมีอาหารที่ลูกค้ากินเหลือสภาพดีๆหน่อยพวกเค้าก็จะเอามากินกันตอนแรกเราก็มองว่ามันแปลกๆ ยิ่งเมื่อคืนนี้มีปูผัดผงกระหรี่จานใหญ่มากที่ลูกค้ากินเหลือเยอะมากพวกเราดีใจกันมาก แต่พอกลับมาคิดในอีกมุม คนพวกนี้เค้ารอที่จะได้กินอาหารดีๆที่เหลือจากลูกค้า
ทั้งๆที่เค้าเป็นคนทำให้พวกเรากิน แต่เค้าไม่เคยมีโอกาสได้กิน คนพวกนี้รอที่จะได้รับทิปจากลูกค้า เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยเบื้องหลังอาหารแสนอร่อยที่พวกเราไปกินกัน พวกเค้าต้องลำบากแค่ไหน กว่าเราจะได้กิน จนเราได้มาสัมผัสจริงๆนี่แค่การเริ่มต้น พี่ๆในร้านบอกยังต้องเหนื่อยอีกมาก
วันนี้ตอนนี้รู้แล้ว
เคยกินอาหารทิ้งๆคว้างๆ กินเหลือก็เอามาเล่น
โดยที่ไม่เคยนึกไม่เคยคิดถึงคนที่อยู่เบื้องหลังเลย เคยให้ทิปแค่เศษตัง 3 บาท 5 บาท
โดยไม่เคยคำนึงไม่เคยนึกถึงคนที่อยู่ในครัว อาหารดีๆที่เค้าทำให้เรากิน เค้าจะได้กินก็ต่อเมื่อเรากินเหลือแต่เรากลับเอามาเล่น ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว จะคิดถึงคุณค่าของอาหารให้มากๆ คิดถึงคนที่อยู่เบื้องหลังของอาหารนี้
จะนึกถึงผู้มีพระคุณในห้องครัวที่เค้าทำอาหารให้เรากิน โดยที่เราไม่เคยได้รับรู้อะไรเลยว่าเค้าเป็นใคร เปรียบเสมือนเค้าปิดทองหลังพระ เวลาที่พ่อครัวทำอาหารผิดมาที พวกคุณรู้อะไรมั๊ย เวลาลูกค้าโวยมา พ่อครัวแก่ๆรุ่นปู่รุ่นพ่อเราโดนว่าโดนด่ามากแค่ไหน เห็นแล้วก็เกือบจะร้องไห้กับสิ่งที่เราเคยทำไปเคยเอาอาหารที่เหลือมาเล่นเคยต่อว่าเวลาเค้าทำอาหารผิดมาให้ คิดแล้วก็เศร้าใจทุกครั้ง ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว
จะไม่ดูถูกคนที่เค้าทำอาชีพพวกนี้ พวกเค้าเหนื่อยแทบตายเพื่อหวังจะได้แค่เศษเงินเล็กๆน้อยเป็นน้ำใจจากพวกเรา
พวกเค้าเหนื่อยแสนเหนื่อยเพื่อให้เราได้กินอาหารดีๆ ทั้งๆที่พวกเค้าแทบจะไม่ค่อยมีโอกาสได้กินเลย
พวกเค้าให้ความสุขความสบายกับเรา โดยที่พวกเราไม่เคยได้รับรู้เลยว่าพวกเค้าเป็นใคร แล้วเหนื่อยแค่ไหน
พวกเค้าคือผู้ที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง
ป.ล.คุณพ่อคุณแม่ครับไม่ต้องเป็นห่วงลูกคนนี้นะ ลูกคนนี้ทำได้ พ่อแม่เลี้ยงลูกมาสบายตลอดชีวิตแล้ว ตอนนี้เวลานี้ลูกได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชีวิตที่ลูกไม่เคยสัมผัส ได้มาเห็นในสิ่งที่แม่เฝ้าสอนมาตลอดชีวิต ให้มีน้ำใจกับผู้คนที่ทำอาชีพบริการให้มากๆ อย่าดูถูกงานที่พวกเค้าทำ วันนี้ลูกรู้แล้วครับแม่ ลูกจะดีกับพวกเค้าให้มากๆ แล้ววันนี้ตอนนี้ลูกจะทำงานทำทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่ให้มากที่สุด ต่อให้ลูกเหนื่อยแค่ไหนลูกก็ทำได้ แล้วก็จะทำด้วยความเต็มใจด้วย คุณพ่อคุณแม่ได้ต้องเป็นห่วงลูกนะ ดูแลตัวเองด้วย ถึงแม้ข้อความนี้คุณพ่อคุณแม่จะไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่ขอให้รับรู้ไว้ว่าลูกคิดถึงพวกท่านตลอด หัวใจเราจะอยู่ด้วยกันนะครับ แล้วลูกจะเป็นเด็กดีแล้วรีบกลับไปหานะ จุ๊บๆๆครับ
หวังว่าเพื่อนๆที่ได้อ่านคงจะได้อะไรได้ข้อคิดไปบ้างนะ
ถ้าพวกนายไปเจอคนพวกนี้ พวกนายสัญญานะว่าจะดีกับเค้าให้มากๆเหมือนที่พวกเค้าให้ความสะดวก
สบายกับพวกนาย เพราะเราก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้เช่นกัน ถ้าพวกนายดูถูกพวกเค้า ถ้าพวกนายมองว่าพวกเค้า
มีอาชีพที่ต่ำ ก็เท่ากับพวกนายดูถูกเรา เท่ากับพวกนายมองว่าเราต่ำด้วยเช่นกัน
แต่เรามั่นใจนะว่าเพื่อนๆของเราจะไม่ใช่คนเช่นนั้น July 25 Edinburgh of Scotlandเมื่อวันเสาร์ไปเที่ยว เอดินเบิร์ก มาโครตสวยเลย เอดินเบิร์กเป็นเมืองหลวงขอลสก๊อตแลน
เป็นเมืองที่สวยแล้วก็ใหญ่มากๆ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราญสถานที่สำคัญของสก็อตแลน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวมากๆไปแล้วแม่งไม่อยากกลับเลย อยากอยู่ที่นั้นเลย เป็นทริปที่ไปกับโรงเรียน ที่คุ้มมากๆ เสียตังคนละ 23 ปอนเอง ใช้เวลาเดินทางจาก นิวคาสเซิลแค่ 3 ชมก็ถึงแล้ว ออกเดินทางต้งแต่7.30กลับมาถึง20.00เที่ยวทั้งวันเลย มีเพื่อนๆที่โรงเรียนไปกัน2รถบัสก็ราวๆร้อยกว่าคน สนุกมากๆแบบหาที่ไหนที่คุ้มค่า ไม่ได้เท่านี้แล้ว July 20 ช่วยอ่านให้จบหน่อยนะ ถ้าใครยังมีหัวใจเช้าวันหนึ่ง...ที่โรงพยาบาล...
"ขอให้ฉันดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ" คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น... เมื่อห่อผ้าน้อยๆ...อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อยๆคลี่ผ้าที่ห่อออก... เพื่อมองใบหน้าเล็กๆ... กรี๊ดดด...เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็ก...ออกไปอย่างรวดเร็ว
**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**
และแล้ว...กาลเวลาพิสูจน์ว่า...การได้ยินของเจ้าหนู...ไม่มีปัญหา ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ...ใบหูหายไป
หลายครั้ง...ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่ เธอรู้ว่า...หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน... เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา...อย่างน่าเศร้า "พวกเด็กตัวโต...พวกมันล้อผมว่า...--ไอ้ตัวประหลาด--" หัวใจของผู้เป็นแม่แทบจะสลายเมื่อมองเห็นลูกน้อยต้องปวดร้าว
จนกระทั่ง......เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา..เป็นที่รักของเพื่อนๆ..เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์..วรรณคดี..และดนตรี..เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น... แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น...ทำให้เค้า...ไม่อยากเจอใคร
"ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก
พ่อของเด็กชาย..ปรึกษาหมอประจำครอบครัว และได้รับข่าวดีจากหมอว่า..."ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครละ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณหมอกล่าว
จนกระทั่ง......2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย.."ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว...แต่นี่เป็นความลับ"
การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว..คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์..เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน..ในวิทยาลัยจนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น ต่อมาได้แต่งงาน..และทำงาน..เป็นข้าราชการในสถานทูต
วันหนึ่ง..ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อและแม่ว่า. "พ่อครับ..แม่ครับ..ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย..แต่ผมไม่เคยทำอะไร..เพื่อเค้าได้เลยสักนิด. "พ่อไม่เชื่อว่า..ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก..เรื่องนี้...เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ หลายปีผ่านไปมันยังคงเป็นความลับ
และแล้ว..วันหนึ่ง..วันที่มืดมิดที่สุด..ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย แม่เค้าได้เสียชีวิตลง เค้ายืนข้างๆพ่อ..ใกล้หีบศพของแม่ พ่อเรียกเค้า.."มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ๆนี่" พ่อลูบผมแม่อย่างช้าๆ..และนุ่มนวล
ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ..และแล้ว..สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง..ใบหูของแม่..หายไป!..
แม่ไม่มีหู..."นี่เป็นคำตอบ..ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"..พ่อกระซิบผ่านหูลูกชาย
"แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ...ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด..แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..ไม่มีใคร..มองเห็นว่า..เธอไม่สวยจริงมั๊ย?
จงจำไว้
~สิ่งที่มีค่า...ที่แท้จริง~
ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น..หากแต่อยู่ที่..
~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~
~ความรัก..ที่แท้จริง~ไม่ได้อยู่ที่..เราได้ทำอะไร..แล้วมีคน..รับรู้..หากแต่อยู่ที่..สิ่งที่เรา..กระทำ.แล้วไม่มีใคร..รับรู้..
~ความรัก~
บางครั้ง..ไม่จำเป็น..ต้องพูดพร่ำเพรื่อ..หากอยู่ที่..การกระทำ.ซึ่งเรา..อาจรับรู้..เพียงแค่..ฝ่ายเดียว
อ่านจบแล้ว..ใช้สมอง..ตรึกตรองสักนิด..
ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป..บริษัท..สามารถหาคนมาแทนเราได้ภายในไม่กี่วัน..แต่ครอบครัวเรา..ต้องสูญเสีย..
และคิดถึงเราไปตลอด..เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงาน มากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า?
ถ้ามากกว่า..ก็เป็นการลงทุน..ที่ไม่ฉลาดเลยจริงๆ..
เพื่อนๆอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ
ส่วนตัวของเราแล้วเราชอบมันมากๆอ่านกี่ครั้งๆก็น้ำตาจะไหลทุกที
เลยนำมาเพื่อให้เพื่อนได้เข้ามาอ่านกันบ้าง เผื่อว่าบทความดีๆเหล่านี้ จะทำให้เกิด
ประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับเพื่อนๆก็ได้ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกยังไงกับบทความนี้ก็ช่วยกันคอมเม้นมาหน่อยนะ
เราจะได้มีกำลังใจที่รู้ว่าเพื่อนๆยังเข้ามาอ่านเข้ามาสนใจบทความดีๆที่เรานำมาลง
เพื่อที่จะได้หาบทความดีๆมาลงให้เพื่อนๆอ่านอีกต่อไป
July 15 เห้อๆชีวิตค่อยหายน่าเบื่อหน่อยเมื่อวันศุกที่ 14 ไปเรียนมาแล้วตอนบ่ายเจอน้องทิ
น้องทิเลยชวนไปหาซันกะมะตูมที่เมือง ดูลัม เห็นทิบอกว่าจะไปหลังเลิกเรียน ก็เลยใจง่ายไปกะเค้าง่ายๆซะงัน
หลังเลิกเรียนบ่าย3ก็ไปเก็บของที่บ้าน แล้วก็ไปสถานีรถไป ทั้งเราทั้งทิ แต่ละคนเก่งๆกันทั้งนั้นไปยืนดูตารางก็ดูไม่เป็นก็เลยเข้าไปซื้อตั๋วเลย I want go to Durum ประโยคหากินเลย พอซื้อตั๋วกันเสร็จ"โอ้แม่เจ้า"ตั๋วห่าไรวะไม่มีบอกรายระเอียดอะไรเลย แม่งแล้วรถไฟมีเป็นแสนจะขึ้นขบวนไหนละนิ ทำไรไม่ถูกก็ง่ายๆเอาตั๋วไปให้เจ้าหน้าที่แถวนั้นดู พอขึ้นรถไฟเสร็จใช้เวลาเดินทางแค่ 15-20นาทีก็ถึงแล้วแถมแม่งไม่มีคนมาตรวจตั๋วอีก แม่งกุไม่น่าเสียตังซื้อเลยตั้ง 4 ปอน 20 เซนน้องมะตูมมารับที่สถานนีรถไฟ ดูลัม เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆเป็นเมืองเก่าน่าอยู่มีตรอกซอกซอยเล่นๆที่มีแต่ร้านขายของ มีตลาดนัดสวยๆตามทางเดิน เมืองก็มีแม่น้ำใหญ่ฝ่ากลางเมือง มีสพานหินโบราณเป็นทางเดินและเป็นชุดชมวิวให้ผู้คนมาแวะถ่ายรูปกัน
มีปราสาทเก่าแก่ที่ทำด้วยหิน ใหญ่โตสวยมากๆ สภาพแวดล้อมในเมืองสวยเหมือนเมืองใน Harry Potter เลยพอเดินถ่ายรูปจนเย็นแล้วซันก็มารับกลับไปบ้านซัน บ้านแม่งโครตไกลเลยเดินเกือบ45นาทีแถมขึ้นเนินอีก กลับถึงบ้านก็ทำกับข้าวกินกันอร่อยดี คงเห็นในรูปแล้วนะว่าน่ากินแค่ไหน ไก่เหล้าแดงแต่ไม่มีเหล้าแดงเลยใส่เกลือแทน
เช้าวันรุ่งขึ้นผมกะทิก็ตื่นมาตอนเที่ยง ส่วนซันกะมะตูมออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนบ่ายๆผมกะทิเลยออกตามไปที่เมืองไปขนมกินกันแล้วก็ไปเดินเล่นตลาดนัดกับไปตระเวนถ่ายรูป พอ 4 โมงเย็นผมขี้เกียดอยู่ต่อเพราะวันอาทิตย์อยากกลับมาชอปที่ Newcastle เลยกลับก่อนตอนเย็นวันเสาคนเดียว น้องทิต้องทำงานที่ร้านอาหารคืนวันเสาเลยต้องอยู่ต่อ
ขากลับเกิดความคิดชั่วร้าย ขามามันยังไม่ตรวจตั๋ว ขากลับแอบขึ้นแม่งเลย แค่ครึ่ง ชม.รถไฟขบวนตั้งยาวมันคงมาตรวจไม่ทันหรอก มันมาก็จะเดินหนี ก็เลยขึ้นไปโดยไม่ซื้อตั๋ว แล้วก็คอยมองเอาว่าคนตรวจตั๋วเมื่อไหร่จะมา เป็นครึ่ง ชม. ที่ตื่นเต้มและลุ้นมากๆๆเพราะถ้ามันจับได้แล้วจะพูดกับมันยังไง แต่จนแล้วจนรอดก็ถึง Newcastle โดยปลอยภัยไม่มีใครมาตรวจ อิอิได้ขึ้นรถไฟฟรี ไม่ต้องเสียตังโกงฝรั่งได้ดีใจ 555
July 06 ก้าวแรกของการเดินทาง ครั้งใหม่ในชีวิตวันที่ 3 กรกฎาคม 2549
20.20น. เมื่อลาเพื่อนๆทุกคนเสร็จด้วยความเศร้า ก็ได้เริ่มออกเดินทางครั้งใหม่ในชีวิต
เราได้ยินเสียงประกาศอะไรก็ไม่รู้เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็เห็นฝรั่งสองคนรีบวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ในใจคิดว่าแม่งจะรีบไปตายที่ไหน พอจบเสียงประกาศที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็มีเสียงภาษาไทยตามมาว่า"ประกาศเรียกผู้โดยสารที่จะเดินทางไป
อบูดาบี เป็นครั้งสุดท้าย ให้ผู้โดยสารรีบมาที่ประตู 52 ด่วนคะ"
โอ่เท่านั้นแหละครับพี่น้อง รู้เลยว่าฝรั่งสองคนนั้นมันรีบไปตายที่ไหนกัน เราก็เลยรีบวิ่งตามมันไปแล้วประตูก็แม่ง
โครตไกลเลย เกือบกิโลได้มั้ง เหงื่อตกเลย พอขึ้นเครื่องของสายการบินETIHADเป็นสายการบินใหม่ของเศรษฐีน้ำมัน เครื่องก็ใหม่ดีแถมคนน้อยอีกต่างหาก เราเลยได้ตีตั๋วนอน ชั้น1เลย คือเอาที่พักแขนขึ้นนอนยาวเลย3เบาะสบายมากๆๆหลับสนิทมากๆแล้วแอร์ก็มาปลุกสั่งอาหารเสริฟเครื่องดื่ม ตอนแรกสั่งน้ำส้มไป แล้วเหลือบไปเห็นไวย์หลายขวดเลยกระแดะสั่งไวย์แดง เมาเลยครับพี่น้อง พอถึงอาหารแอร์ก็พูดห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ฟังออกแต่ พาสต้าๆ นี่แหละก็เลยพาสต้าเลย แม่งพี่น้องครับแทบจะอ๊วกเลยยิ่งเมาไวย์อยู่โครตเลี่ยนเลยหันไปดูรอบข้างเค้ามีแต่ สเต็ก มีข้าวอบไก่ ข้าวอบสเต็กแต่กุสั่งห่าเหวอะไรมาวะเนี่ยก็ต้องทนกินไปจนหมดเพราะความหิว
เวลา 2.37น.
สัญญาเตือนให้คาดเข็มขัดมองไปที่จอกาฟฟริกก็เห็นว่าผ่านมหาสมุทรอินเดียมาแล้ว เครื่องลดระดับลงจนเห็นไฟจากบ้านบนแผ่นดิน "ไรวะ 6 ชม.เองก็ถึง อบูดาบีแล้วยังไม่ส่างเมาเลย"
เวลา 4.03น.
ก็ได้ลงที่สนามบิน อบูดาบี เพื่อเปลื่ยนเครื่องไปลงที่ แมนเชสเตอ ใช้เวลารอเปลื่ยนเครื่องอยู่ที่สนามบินประมาน1ชม.ด้วยภาษาอันแข็ง แข็งสุดๆของเราก็ทำให้เกือบขึ้นเครื่องผิดครับพี่น้อง แล้วก็เกือบตกเครื่องด้วยเข้าประตูผิดครับแต่เราก็เอาตัวรอดมาจนได้ พอเปลื่ยนเครื่องครับพี่น้องทีนี้ที่นั่งยิ่งโครตว่างเลย ได้นอนยาวแถวกลาง4เบาะสบายเลยครับ
เช้าวันที่ 4 ก.ค. เวลา 10.30น.
เดินทางมา 13ชม.กะอีก56นาที เวลาท้องถิ่นคงเช้ามากๆๆฟ้ายังมัวๆอยู่เลย แอร์มาปลุกทานข้าวทีนี้ครับมีประสบการแล้วเอามานูมาแล้วชี้ชุดที่มันเขียน ว่าสเต็กๆอะไรนี่แหละน่ากินมากมีทั้งขาวอบ มีทั้งโยเกต มีขนมปังกะแยม แล้วก็ผลไม้กินจนอิ่มไปเลย "แค้นจากมื้อก่อนมาจัด สั่งแม่ง2ชุดเลย" กินเสร็จก็ดูจากภาพกราฟฟิกตอนนี้ก็อยู่เหนือ Hurenberg ประเทศเยอรมัน ผ่านไป2-3ชมก็เข้าสูงเกาะอังกฤษเครื่องได้บินผ่านหลายเมือง จนมาถึงเมือง แมนเชสเตอ จุดหมายปลายทางของเรา ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ15ชมกว่าๆรวมเปลื่ยนเครื่อง
แมนเชสเตอ เวลาท้องถิ่น ก็ 6 โมงเช้า ที่เมืองไทยก็ เที่ยงพอดี
พอลงจากเครื่องครับพี่น้องลาวอีกแล้วครับ ออกผิดประตู กว่าจะบอกเจ้าหน้าที่ขอกลับไปได้เมื่อยมือเลยครับ แล้วก็ทำพิธีเข้าเมืองจนเสร็จ พอจะออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองดิ โอยพ่อแม่พี่น้องครับ หน้าตากุเหมือนผู้ก่อการร้ายนักหรอแม่งคนลงจากเครื่องมาเป็นร้อยมันไม่เรียกตรวจ มันมาเรียกตรวจแล้วก็กักตัวเราไว้ในห้องสอบสวนเหมือนในหนังเลย แม่งลือกระเป๋าเราหมดทุกใบกระจุยกระจายหมดเลย จะคุยกับมันแม่งก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง สรูปแม่งยึดบุหรี่กุไปหมดเลย มาโบโร่
5 คัดตอล แม่งบอกให้เอาเข้ามาได้แค่ 10 ซองคือ 1 คัดตอล ก็เลยยืนเถียงกะมันรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง ขอให้มันคืนมา 1
คัดตอลเพราะเอาเข้าได้ 1 นิ สรุปจับใจความได้ว่ามันไม่ให้คืนทำผิดกฎมันยึดหมดเลย แม่งโครตแค้นเลย ทำไมคนมีตั้งเยอะมันต้องมาจับเราคนเดียวด้วยวะ โทรไปหาพี่ พี่บอกซวยไปปกติเค้าไม่ค่อยตรวจหรอก แม่งหน้ากุเหมือนผู้ก่อการร้ายหรอไง
ความยากลำบากของกุต่อมา พี่ไม่ยอมมารับ บอกให้ไปหาสถานีรถไฟต่อมาที่เมือง นิวคาสเซิลเอาเอง
แม่งกระเป๋าก็โครตหนักเลย3ใบ จะขึ้นแท๊กซี่ก็กลัวแพง ด้วยภาษาอังแรงกล้าถามคนแถวนั้นก็พอจับใจความได้ว่า ให้เดินไปทางไหนๆ ประมาณ10นาทีก็ถึง ก็เลยไปเอง พี่น้องครับแม่งหลงทางมันบอก10นาทีถึงแม่งใช้เวลาหาสถานีรถไฟประมาณเกือบ 1 ชม แต่ก็ไปถึงจนซื้อตั๋วไป นิวคาสเซิลจนได้ แต่ยังไม่จบครับหารถไฟไม่เจออีก เดินถามทางกะฝรั่งจนเมื่อยมืออีก สุดท้ายก็ขึ้นรถไฟไป นิวคาสเซิล ถูถแต่ตลอดทางก็ ถามฝรั่งตลอดว่าถึงแล้วยังกลัวเลยที่ไหนได้แม่งสุดสายพอดี ใช้เวลาจากแมนเชสเตอ นั่งรถไฟไปนิวคาสเซิล 3 ชม มาถึงก็โทรหาพี่ พี่ก็มารับรอดตายแล้วกุ
ขอหยุดการเดินทางครั้งแรกไว้แค่นี้ก่อนนะ จะไปเรียนแล้วยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเยอะแต่เดียวไปเรียนไม่ทัน ทั้งเรื่องที่พี่ปล่อยให้ไปหาที่เรียนไปมอบตัวที่เรียนภาษาเอาภาษาเอาเอง แล้วพี่แม่งก็ให้ไปสมัครหางานทำเองอีก ทั้งๆที่ตอนนี้มันได้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารไทยแล้ว แต่แม่งไม่ยอมให้ทำงานด้วย
ปล.เกือบลืมไป แค้นวะที่มันไม่ว่างไปรับที่สนามบินเพราะมันออกไปอีกเมือง ไปซื้อกระเป๋าหลุยครับท่าน ที่นิวคาสเซิลไม่มีบูทของหลุย ซื้อมาเท่าไหร่รู้ป่าว 475 ปอน ปอนละ72บาท เป็นเงินเท่าไหร่คิดเอาเองมันบอกว่าถูกมากแล้ว แค้นๆๆๆ June 29 จดหมายจากเพื่อนสนิทบางครั้ง วันเวลาก็ทำให้เรามารู้จักกัน
แล้ววันเวลาก็ต้องทำให้เราแยกจากกัน
พวกเราเคยเชื่อใรพรมริขิตกันบ้างไหม
อะไรที่ทำให้เรามารู้จักกัน จากคนที่เคยเป็นแค่คนแปลกหน้า
ต่างคน ต่างเกิดกันคนละที่ ต่างคน ต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ลมอะไร ที่ได้พัดนำพาจนเรามารู้จักกัน
จากที่อยู่กันไกลแสนไกล จากคนละจังหวัด จากคนละภาค
อะไรที่ดลบรรดาลใจให้ที่บ้านผมมาปักหลักอยู่ที่ ชัยภูมิ อะไรที่นำพาเรามาเจอเพื่อนแท้ที่นี่
สิ่งเหล่านี้เรายังคงหาคำตอบไม่ได้ แต่ที่ผมแน่ใจอย่างหนึ่งคือ พวกเราถูกพรมริขิต กำหนดให้พวกเรามาพบมาเจอ
มาเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันตลอดไป ซึ่งนั่นก็คงจะเป็นเพราะชาติที่แล้วพวกเราคงได้ทำบุญร่วมกัน พวกเราคงเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน
ผมไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าคนที่เดินสวนกันไปสวนกันมา จากคนแปลกหน้าจนมาวันนี้จะกลับกลายมาเป็นเพื่อนรัก
เพื่อนรัก ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน ไม่ว่าจะไม่ได้คุยกันไม่ได้เจอกัน กี่วันกี่เดือนกี่ปี
แต่ความรู้สึกของพวกเราเวลามาเจอกันก็จะยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลื่ยนแปลง
เราดีใจนะที่ตลอดชั่วชีวิตที่ผ่านมา เรามีพวกนายเป็นเพื่อน แล้วเราก็มั่นใจว่าพวกนายก็คงดีใจที่ได้คบเราเป็นเพื่อนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเราจะจากพวกนายไปกี่ปี เราก็จะรักและคิดถึงพวกนายเสมอ ความรู้สึกของพวกเราจะยังคงเหมือนเดิม
จะไม่มีอะไรทำให้พวกเรา ห่างเหินกันได้ เราจะเป็นเพื่อนกันจนวันตาย ลูกๆของเราก็จะรักกันเป็นเพื่อนกันเหมือนที่พวกเรารักกัน ตอนนี้วันนี้เวลานี้บอกได้แต่ว่าคิดถึงเพื่อนๆมากๆแต่เราก็ต้องไปตามหาความฝันของเรา
คงอีกไม่นานพวกเราคงได้กลับบมารวมกัน กลับมารักกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
แล้วก็รวมเลี้ยงรุ่น ครั้งไหนก็อย่าลืมคิดถึงเราด้วยแหละ
รักเพื่อนๆๆเสมอ อย่าทิ้งกันนะดูแลกันด้วยละ อย่าทะเลาะอย่าโกรธกันนะ มีอะไรก็คิดไว้ว่าพวกเรารักกันมาทั้งชีวิตแล้วนะ May 22 โง่ๆๆน่าอายจังไปสมัครเรียนโทให้เค้าติดต่อกับทางมหลัยที่อังกฤษให้
คือที่ศูนย์ สนิทกะพี่นัทกะแม่เพราะตอนพี่นัทไปก็ติดต่อกะศูนย์นี้
พี่ๆที่ศูนย์ก็ใจดี พอรู้ว่าเราเป็นน้องพี่นัทก็ต้อนรับเต็มที่
แต่ที่น่าอายที่สุด
เค้าคิดว่าเราเป็นน้องพี่นัทต้องเก่งเหมือนพี่มั้ง
แล้วพื้นฐานภาษาคงดีเหมือนเด็กเอแบคหรือเด็กที่จะไปเรียนต่อภาษาคงดีแล้ว
แต่คงไม่ต้องบอกว่าเค้านะเก่งแค่ไหน
แล้วแม่งก็เอาเอกสารห่าไรไม่รู้1ปึ้งแล้วก็บอกว่า"น้องนนท์ค่อยกรอกไปนะไม่ต้องรีบ"
แล้วพี่ๆเค้าก็ไปหาหลักสูตรกฎหมายมาให้
แล้วแม่ง"กุยังอ่านไม่ออกเลยแล้วจะให้กรอกห่าเหวอะไรงะ"
แสดงความโง่เต็มที่กรอกได้แค่ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ได้แค่นั้น
ขนาดที่อยู่บ้านเป็นภาษาอังกฤษ กับติก คำว่า เมล กะ ฟรีเมล ยังจำไม่ได้เลยว่าอันไหนหญิงอันไหนชาย
ที่อยู่บ้านภาษาอังกฤษก็เขียนไม่ถูก อายสุดๆๆ แล้วนี่ยังน้อยนะ
เค้าจะให้เขียนเหมือนเรียงความเพื่อที่จะเอาไปยื่นที่มหาลัย แค่ภาษาไทยยังคิดยากเลย
แล้วนี่จะให้เขียนเป็นอิ้งงะ ว่า ทำไมถึงอยากเข้ามหาลัยเค้า ทำไมถึงอยากเรียนสาขานี้
พอจบมาจะนำความรู้ที่ได้จากมหาลัยเค้าไปทำอะไรต่อ
แม่งสุดๆๆงะเป็นภาษาไทยยังเขียนไม่ออกเลย จะให้เขียนเป็นอังกฤษ แม่งเอ้ย
นั่งเอ๋อซักพัก
พี่เค้าเห็นกระดาษว่างมาก เลยถามว่า "น้องนนท์คะ น้องนนท์ไม่มีพื้นฐานเลยหรอ
งั้นเขียนให้พี่เป็นภาษาไทยทิ้งไว้เดียวพี่แปลแล้วกรอกเป็นภาษาอังกฤษให้ก็ได้คะ"
โอย แม่งอายสุดๆๆ
แล้วเด็กเอแบคที่จะไปเรียนต่อก็นั่งอยู่เต็มห้องเลย โครตอายเลย
มีแต่คนมองเพราะตอนที่เข้าไปพี่ๆทั้งออฟฟิตก็เรียกหมดเลย ว่าน้องชายน้องนัทมาแล้ว
เป็นจุดเด่นมากคนอื่นเลยสนใจใหญ่เลย
แล้วพอทำอะไรไม่ได้แม่งโครตอายเลยกะไอ้แค่กรอกข้อมูลตัวเองยังทำไม่ได้เยย
โครตเซงเลย อายงับ อายงับ
อายสุดๆๆ อยากเอาหัวโหม่งโลกตาย
อยากเดินออกมาให้รถชน
อยากไปวิ่งให้หมามันกัดขา
อยากไปนาให้ควายมันควิดเล่น
ไม่เคยเอ๋อและอับอายต่อหน้าสาธารณะชน(สาวๆเอแบคสวยๆ)มากเท่านี้เยย May 13 นิดนึงพอฉันค้นคว้าหาคำตอบ เท่าไหร่ไม่เจอ เพราะอะไรเหตุใดถึงไม่ลืมเธอซะที
หรือต้องรอให้เธอบอก ฉันเป็นส่วนเกิน ที่บังเอิญผ่านมาแล้วทำให้เธอกับเขาวุ่นวาย
เธอจะร้ายเพียงไร อดทนไว้ เข้าใจโดยดีเคืองไม่มี ยังพักดี โดยไม่เคยเปลื่ยนแปลง
อยากแสดง ให้เธอ รู้ซึ้งถึงความจริงจังจริงใจ และยังหวังซักวัน ฟ้ารู้ถึงคำรำพันของฉันเมื่อไหร่
สะกิตใจบอกเธอ ให้ช่วยพิจารณา
ฉันไม่เคยคิดแข็งข้อหรือบังอาจขอ เพราะยังเจียมและเตรียมหัวใจของคนส่วนเกิน
คบฉันไว้เหมือนเป็นเพื่อน ช่วยเตือนเพรทไผ
ทุกข์คราใดปลอบใจร้องไห้คราใดจะคอยเช็ดน้ำตา
ปราถนาเวียนวน ตามประสาของคนเคยเคียง จึงร้องเรียน เวียนแวะวน ทนแม้จะถูกหยาม
จะพยามให้เธอเว้นที่ภายในดวงใจของเธอ ให้กับฉันได้ยืน รบร้างเยือกเย็นเดียวดายเจียนตายไม่หวั่น
จะทำใจ
แบ่งใจให้ฉันนิดนึงพอ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|